| Neuropanda's profileThe Melancholy of Neurop...BlogListsNetwork | Help |
|
May 27 ทำให้ตายอย่างสงบผมเพิ่งรู้เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมานี่เอง ว่าการขอใช้สัตว์ทดลองสักตัว มันไม่"หนูๆ"อย่างที่คิด
กฏเหล็กของผู้ที่ต้องการใช้สัตว์ทดลองของมหาลัย ไม่ว่าจะเอามาทำงานจิ๊บจ๊อยแค่ไหนก็ตาม คือคุณต้องยื่นโครงร่างวิจัยเพื่อขอใช้สัตว์ทดลอง อย่างเป็นกิจจะลักษณะ
ในโครงร่างนั่นต้องแจกแจงรายละเอียดการศึกษาทั้งหมดที่คุณจะกระทำกับสัตว์ทดลองผู้อ่อนโยนและน่าเอ็นดู
ตั้งแต่การขนส่ง การเลี้ยง การดูแล วิธีการทดลอง และแน่นอน การวางยาสลบและการฆ่าเพื่อชันสูตร หรืออะไรก็ตามแต่
จริงๆจะเขียนไปว่า "ฆ่า" ไม่ได้นะ ต้องใช้คำว่า "ทำให้ตายอย่างสงบ" ถึงจะถูก
ตรงนี้แหละที่บางครั้งนั่งพิมพ์ไปก็ขนลุกไป
วิธีการได้มาซึ่งเนื้อเยื่อที่ปัจจุบันทันด่วนที่สุด คือวิธีที่เรียกว่า "Decapitation"
แถวบ้านเรียก "ตัดหัว" อันเป็นวิธีที่จะใช้เพื่อเก็บเนื้อเยื่อสมองเพื่อเอามาเพาะเลี้ยงต่อตามวิธีการของผม
ไอ้เราเดิมก็คิดว่าตัดๆไปก็จบแล้ว (พอดีหนูที่จะเอามาทำเป็นหนูแรกเกิด คอเล็ก ตัดง่าย)
แต่มันไม่ง่ายๆแค่นั้นอ่ะ คือทางสัตว์ทดลองบอกมาว่า คุณจะต้องบอกวิธีการทั้งหมดในการ decapitate หนูแรท
เวรล่ะสิกรู ต้องเขียนมั้ยเนี่ยว่าเอากรรไกรทำมุมกี่องศากับส่วนต้นคอ หรือว่าต้องใช้แรงกดกี่นิวตันต่อตารางเมตรในการที่จะทำลายกระดูกสันหลังส่วนคอ
หลังจากเดินไปเดินมาสักพัก เลยต้องมานั่งเขียนเพิ่มให้ดูหยดหยองมากขึ้นนิดหน่อย แต่ฟังดูดีมีหลักการ
คืองี้ ก่อนอื่นผมจะสลบน้องหนูด้วยการใช้ความเย็นและ CO2 ก็คือเอาไว้ใน chamber ที่มีน้ำแข็งแห้ง
พอสลบได้ที่แล้ว (อันนี้ต้องเช็ค reflex ต่างๆด้วย) ก็ใช้ forcep ดึงกระดูกสันหลังส่วนคอให้แยกจากกัน
อันนี้เรียก cervical dislocation (ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่รู้ว่าจะทำได้หรือเปล่า แต่มันฟังดูเป็นขั้นเป็นตอน)
แล้วจากนั้นก็เอา ethanol เช็ดหัวกะคอนิดหน่อย จึงใช้กรรไกรที่คม ตัดฉับลงไปที่คอบริเวณที่ dislocate ไว้
ฉัวะ!!!
แล้วก็เปิดผิวหนัง เปิดกระโหลก ลอกเยื่อหุ้มสมอง แล้วค่อยเก็บส่วน cerebral cortex ออกมาจัดการต่อ
เป็นอันเสร็จพิธี
หลังจากเพิ่มเติมรายละเอียดไปพอหอมปากหอมคอ ก็เอาไปส่ง
ดูเหมือนทั้ง advisor และเจ้าหน้าที่หัวหน้างานสัตว์ทดลองจะพึงพอใจกับวิธีการของผมทีเดียว
ก็น่าอยู่หรอกน่ะนะ คนทำจะตายก่อนหนูทดลองด้วยซ้ำไป....
May 15 เปิดเทอมไม่รู้ว่าทำไม พักนี้ถึงเข้า blog ทาง MSN ไม่ได้ เลยไม่ได้อ่าน blog ของคนอื่นเลย
เบื่อจริงๆ We can't get into this space right now. Please try again later. ป๊ะแกดิ กรู try เป็นร้อยหนแล้ว
คืองี้ เพิ่งกลับมาจากบางแสนเมื่อวันเสาร์ หลังจากไปเพิ่มพลังงาน (และแอลกอฮอลล์ในกระแสเลือด) ให้ตัวเองมาพอประมาณ ก็กลับมาทำงานต่อ
เพิ่งได้สติว่าวันจันทร์นี้เป็นวันเปิดเทอมของนักเรียนทั้งหลาย เลยต้องปลุกตัวเองให้เช้ากว่าเดิม
จากตีห้า เป็นตีสี่สี่สิบห้า เพื่อหลีกเลี่ยงกองทัพยานพาหนะที่จะเริ่มกองสุมกันบนถนนยามเช้า
แถมการทางหลวงแถวบ้านก็เกิดขยันสร้างสะพานข้ามแยกมาสองแยกพร้อมๆกัน ถนนศรีนครินทร์จากที่เคยสี่เลน เลยถูกหั่นเหลือสองเลนอย่างไร้ความปราณี ในขณะที่ปริมาณรถเท่าเดิม...คงไม่ต้องบรรยายสภาพ
ผลจากการตื่นเช้า วันนี้จึงมาถึงที่ lab เจ็ดโมงเช้า...เช้าสุดๆ
ที่บ้านจะชอบถามว่า "เมื่อไหร่เปิดเทอม" ทุกทีก็พอจะรู้วัน แต่เที่ยวนี้แปลกออกไป...
เทอมนี้ของ neuropanda ไม่มีเปิดเทอมครับ...
หลังจากเข้าสู่ระบบการศึกษาตั้งแต่อนุบาลยันเรียนปริญญาเอก เพิ่งจะได้พูดคำนี้อย่างเต็มปากเต็มคำ
คำๆนี้ฟังดูดี และคงเป็นสิ่งที่เด็กๆทั่วประเทศใฝ่ฝันมานาน...ว่าสักวันจะได้ไม่ต้องไปโรงเรียน นอนเล่นกลิ้งไปเกลือกมาอยู่ที่บ้าน (อย่างน้อยก็ผมตอนเป็นเด็กล่ะคนนึง)
แต่จริงๆแล้ว คำๆนี้เหมือนเป็นประกาศิตอะไรสักอย่าง
ที่บอกว่า ตั้งแต่นี้ ชีวิตจะไม่มีคำว่า "ปิดเทอม" อีกแล้ว...
หากชีวิตเป็นเหมือนห้องๆนึง ที่มีประตูที่ชื่อว่า "เทอม" เป็นตัวกั้นระหว่างห้องของเรา กับงานการต่างๆที่ตั้งท่ารออยู่ข้างนอกนั่น
พอเปิดเทอม งานต่างๆก็จะไหลเข้ามา เหมือนตอนเป็นนักเรียนที่ต้องมีการบ้าน มีงานส่งอาจารย์ มีสอบ ฯลฯ
แต่พอปิดเทอม ช่วงนั้นก็เหมือนจะสบายขึ้น เพราะงานเข้ามาในห้องของเราไม่ได้ เรามีเวลาให้กับอะไรที่ไร้สาระในชีวิตได้มากขึ้น
ตอนนี้ ประตูบานนั้นของผมมันถูกทำลายลงไปเรียบร้อยแล้ว และโดยช้าๆ งานก็ไหลบ่าลงมาในห้องชีวิต
ผมยังรู้สึกเหมือนยังปิดเทอมอยู่นิดหน่อย ...
แต่เมื่อนึกถึงงานที่ต้องทำ, lab ที่ต้องดูแล, paper สำหรับ seminal II ที่ต้องหา, และโครงร่างเสนอขอใช้สัตว์ทดลองที่ต้องเขียนให้เร็วที่สุด
ผมก็รู้ว่าปิดเทอมนั้นไม่มีอีกแล้วจริงๆ
ป.ล. เย็นนี้ผมจะไปหาซื้อแผ่น cool fever แหละ มาสร้างสัตว์ต่างดาวหลอกคนที่บ้าน
ถ้าได้ยังไงจะถ่ายรูปมาให้ดูกัน
|
|
|