Neuropanda's profileThe Melancholy of Neurop...BlogListsNetwork Tools Help

Blog


    August 20

    หัวหอม

    เพิ่งรู้ว่านัยน์ตาของผมแพ้หัวหอมอย่างรุนแรง ก็เมื่อวันก่อนนี่เอง
     
    อย่าว่าแต่หั่นเลย แค่ปอกเปลือกหัวหอม น้ำตามันก็พาลจะไหลอยู่ร่อมร่ออยู่แล้ว
     
    พอเอามีดลงไปหั่นปั๊ป เท่านั้นแหละ น้ำตาท่วมทำนบคลองจักษุ ราวกับดูทวิภพตอนอวสาน
     
    และเป็นอย่างนั้นอยู่ประมาณ 5 นาทีกว่าๆ ที่ละครเศร้าที่เยื่อบุตาขาวจะจบลง
     
     
    เคยมีคนเขาบอกว่า ใจของคนเราก็เหมือนหัวหอม
     
    ที่มีหลายชั้น ซ้อนๆอัดแน่นกันเข้าไป โดยที่มีเปลือกสีน้ำตาลที่บอบบางหุ้มอยู่ให้เราได้เห็นเท่านั้น
     
    แต่หัวหอมมนุษย์คงซับซ้อนกว่าหน่อยนึง เพราะบางหัวก็เปลือกหนา บางหัวก็เปลือกบาง และบางหัวก็เปลือกสวย แต่เนื้อในเน่า
     
    การที่เราจะลอกเปลือกหัวหอมออกแต่ละชั้น
     
    ก็ต้องทำใจไว้ด้วยว่าน้ำตาของเราจะไหลออกมาอย่างช่วยไม่ได้
     
    คนเราก็คงคล้ายๆกัน หากจะปอกเปลือก เปิดใจของอีกฝ่าย...อย่าตกใจหากเราจะมีน้ำตาออกมาบ้าง
     
    เพราะมันเป็นเรื่องธรรมดา 
     
    แต่บางครั้งก็คงอดเศร้าใจไม่ได้
     
    เพราะขนาดหยุดปอกหัวหอมไปตั้งนานแล้ว ทำไมน้ำตามันยังไหลอยู่
     
     
     
    (ป.ล. วันนี้อัพไม่มากครับ รำคาญเวอร์ชั่นนี้ของ MSN Space จัง จะพิมพ์หรือจะลบก็ช้าจังเลย)
    August 06

    วันหมดอายุ

    ผมเป็นชอบดื่มนมครับ ดื่มมาตั้งแต่ ม.ต้นแล้ว
     
    แปลกดีทั้งๆที่ตอนเด็กๆ ผมจะมีอาการแพ้นมค่อนข้างแรงทีเดียว สมัยนั้นดื่มได้แต่นมถั่วเหลือง
     
    แต่ถึงจะเป็นนมถั่วเหลือง ก็ดื่มเยอะมากๆ จำได้ว่าตอนนั้นดื่มไวตามิลค์วันละสองสามขวดเลย
     
    โตขึ้นมาพอกินนมได้มากขึ้น ก็เลยกินเอาๆ จนเป็นคนที่อยู่ในกลุ่มสูงของห้อง
     
    มาหยุดเอาตอนที่เริ่มดื่มเบียร์ล่ะมั้ง 555 แต่ตอนนี้ผมดื่มเบียร์ไม่ค่อยได้แล้ว ก็เลยกลับไปดื่มนมเหมือนเดิม
     
     
    มาระยะหลังๆ ผมสังเกตว่าวันหมดอายุของนม มันค่อนข้างจะถูกยืดยาวออกไปนิดหน่อย
     
    คงเป็นเพราะเทคโนโลยีทางอาหารอะไรสักอย่างล่ะมั้ง ที่น่าจะหาทางยืดอายุของนมออกไปได้
     
    แต่ถึงยังไง ผมไม่ค่อยใส่ใจกับวันหมดอายุบนขวดนมเท่าไหร่ ตราบใดที่ลักษณะกลิ่นสีของมันยังไม่เปลี่ยน
     
    และก็ไม่ค่อยมีใครในบ้านผมจะใส่ใจเรื่องนี้ด้วย เพราะผมดื่มนมอยู่คนเดียวในบ้าน
     
    แต่ผมก็ไม่ใช่ไม่เคยท้องเสียเพราะของหมดอายุนะครับ เคยเหมือนกัน
     
    เล่นเอานอนโรงพยาบาลให้น้ำเกลือไปสามวันน่ะ
     
    บางครั้งผมก็จะเตือนตัวเองว่า อะไรที่มันหมดอายุไปแล้ว ก็อย่าเสียดาย ทิ้งมันไปเถอะ
     
     
    ถ้าจะว่าไปแล้ว ทุกๆอย่างในโลกนี้ ไม่ว่าจะกินดื่มได้หรือไม่ได้ ต่างก็มีวันหมดอายุทั้งนั้น
     
    ที่โชคร้ายก็คือ ส่วนใหญ่ไม่มีวันหมดอายุตีตราข้างขวดมาให้เหมือนขวดนม เราต้องมานั่งพิจารณากันเองว่ามันหมดอายุหรือยัง
     
    มีอยู่ครั้งนึงที่ผมโทรศัพท์ไปหาเพื่อนเก่าของผม เพียงคำพูดไม่กี่ประโยค ก็พอจะบอกได้ว่า
     
    ความสัมพันธ์และความเป็นเพื่อนของเรามันหมดอายุแล้ว
     
    แล้วถ้าผมยังดึงดันจะบริโภคมันต่อ ผมอาจจะต้องเสียใจเพราะความสิ้นอายุของมันก็ได้
     
    มีแค่ทางเดียว คือต้องตัดใจโยนมันทิ้งไปในถังขยะ
     
     
    ผมโยน"ความสัมพันธ์ที่หมดอายุ" ไปกี่กล่องแล้ว ผมก็จำไม่ได้
     
    แต่เมื่อหันมามองกลับมาที่ถังขยะความสัมพันธ์นั้นทีไร ผมก็อดเสียดายไม่ได้ทุกที
     
    หวังเพียงแต่ผมจะมองวันหมดอายุข้างกล่องในถังขยะนั้นผิดไป
     
    และหวังเพียงแต่ความสัมพันธ์ที่ผมยังมีอยู่ จะมีวันหมดอายุที่ยืดออกไปได้บ้าง